เทียบประโยชน์ “เต้าหู้ถั่วเหลือง” กับ “เต้าหู้ไข่” ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร?

เทียบประโยชน์ “เต้าหู้ถั่วเหลือง” กับ “เต้าหู้ไข่” ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร?

เทียบประโยชน์ “เต้าหู้ถั่วเหลือง” กับ “เต้าหู้ไข่” ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เทียบประโยชน์ “เต้าหู้ถั่วเหลือง” กับ “เต้าหู้ไข่” โภชนาการต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร?

เวลาเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสด เมนูสุขภาพอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต้องหยิบใส่ตะกร้าคงหนีไม่พ้น "เต้าหู้" ซึ่งมีทั้งเต้าหู้ถั่วเหลือง และ เต้าหู้ไข่ แล้วแบบไหนจะตอบโจทย์สุขภาพของคุณมากที่สุด?

เจาะลึกโภชนาการ: พืช vs สัตว์ ต่างกันตรงไหน?

แม้จะเรียกเต้าหู้เหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วมีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

  • แหล่งโปรตีนและการดูดซึม

    • เต้าหู้ไข่: ทำมาจากไข่ไก่และน้ำเป็นหลัก จึงให้ โปรตีนจากสัตว์ ซึ่งมีข้อดีคือมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ง่ายและรวดเร็ว

    • เต้าหู้ถั่วเหลือง: ทำจากน้ำนมถั่วเหลือง 100% จึงเป็น โปรตีนจากพืช ชั้นดี มีจุดเด่นคือให้พลังงานต่ำ และช่วยให้อิ่มท้องได้นาน เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมแคลอรี

  • ไขมันและคอเลสเตอรอล

    • เต้าหู้ถั่วเหลือง: ชนะเลิศในจุดนี้เพราะ ไม่มีคอเลสเตอรอลเลย (0%) แถมยังมีไขมันอิ่มตัวต่ำ และมี "ไฟโตสเตอรอล" ที่ช่วยยับยั้งการดูดซึมไขมันเลวในร่างกาย

    • เต้าหู้ไข่: เนื่องจากมีส่วนผสมของไข่แดง จึงมีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวแทรกอยู่บ้างตามธรรมชาติ

  • โซเดียมที่ซ่อนอยู่

    • เต้าหู้ถั่วเหลือง: ทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม มักจะมีรสจืดสนิทตามธรรมชาติ แทบไม่มีการปรุงรสเพิ่ม ทำให้ปริมาณโซเดียมต่ำมาก

    • เต้าหู้ไข่: ในกระบวนการผลิตมักจะมีการใส่เครื่องปรุงรสเพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อมและช่วยในการเซ็ตตัว ทำให้เต้าหู้ไข่มี ปริมาณโซเดียมสูงกว่า เต้าหู้ถั่วเหลืองแบบหลอดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

      เต้าหู้ถั่วเหลืองแบบอ่อน

สรุปความต่างให้เห็นชัดๆ

หัวข้อโภชนาการ เต้าหู้ถั่วเหลือง (แบบนิ่ม/หลอด) เต้าหู้ไข่ไก่
แหล่งโปรตีน โปรตีนจากพืช (ถั่วเหลือง) โปรตีนจากสัตว์ (ไข่ไก่)
คอเลสเตอรอล ไม่มี (0%) มีจากไข่แดง
โซเดียม ต่ำมาก ค่อนข้างสูง (มีการปรุงรส)
สารอาหารเด่น ไอโซฟลาโวน, เลซิติน, แคลเซียม วิตามินเอ, บี 12, ฟอสฟอรัส

 

แบบไหน เหมาะกับใคร?

1. เต้าหู้ถั่วเหลือง: ทางเลือกของผู้ที่รักหัวใจและสายสุขภาพ

  • ดีต่อผู้ที่ควบคุมคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคความดัน โรคหัวใจ หรือหลอดเลือด

  • เป็นแหล่งโปรตีนหลักที่มาทดแทนเนื้อสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำอาหารได้หลากหลาย มีทั้งเต้าหู้เหลือง เต้าหู้ขาวแข็ง เต้าหู้อ่อน เหมาะกับสายเจ วีแกน และมังสวิรัติ

  • ดีต้อผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ถั่วเหลืองมีสาร ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการวัยทองและช่วยบำรุงกระดูก

เต้าหู้ถั่วเหลืองแข็ง

2. เต้าหู้ไข่: อาหารบำรุงร่างกาย ย่อยง่าย ได้พลังงาน

  • เหมาะกับเด็กในวัยเจริญเติบโตและผู้สูงอายุ เพราะเนื้อสัมผัสนุ่มนิ่ม เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ย่อยง่าย แถมได้วิตามินเอและบี 12 จากไข่แดงที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

  • เหมาะกับผู้ป่วยระยะพักฟื้น ร่างกายต้องการโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมไปซ่อมแซมแผลหรือเซลล์ต่างๆ ได้ทันที

  •  

    ช่วยเสริมความอิ่ม และเป็นวัตถุดิบที่นำไปเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหารได้ง่าย กลิ่นไม่แรงเหมือนถั่วเหลือง

  •  

    ใครที่ไม่อยากกินหมู ไก่ หรือเนื้อสัตว์บ่อย ๆ เต้าหู้ไข่เป็นตัวเลือกที่กินง่ายและไม่หนักท้อง
    เต้าหู้ไข่

ใครควรระวังเป็นพิเศษ?

คนที่ แพ้ถั่วเหลือง ควรหลีกเลี่ยงเต้าหู้ถั่วเหลือง รวมถึงเต้าหู้ไข่บางสูตรที่มีนมถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม ส่วนคนที่ แพ้ไข่ ควรหลีกเลี่ยงเต้าหู้ไข่ เพราะมีไข่เป็นส่วนประกอบหลัก รวมทั้งผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียมควรอ่านฉลากก่อนซื้อ

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่กินยาฮอร์โมนไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารหากต้องกินเป็นประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เพราะอาจมีข้อควรระวังเรื่องปริมาณและช่วงเวลาการกินร่วมกับยาบางชนิด

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล