เทียบประโยชน์ “เต้าหู้ถั่วเหลือง” กับ “เต้าหู้ไข่” ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร?

เทียบประโยชน์ “เต้าหู้ถั่วเหลือง” กับ “เต้าหู้ไข่” โภชนาการต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับใคร?
เวลาเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสด เมนูสุขภาพอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต้องหยิบใส่ตะกร้าคงหนีไม่พ้น "เต้าหู้" ซึ่งมีทั้งเต้าหู้ถั่วเหลือง และ เต้าหู้ไข่ แล้วแบบไหนจะตอบโจทย์สุขภาพของคุณมากที่สุด?
เจาะลึกโภชนาการ: พืช vs สัตว์ ต่างกันตรงไหน?
แม้จะเรียกเต้าหู้เหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วมีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
-
แหล่งโปรตีนและการดูดซึม
-
เต้าหู้ไข่: ทำมาจากไข่ไก่และน้ำเป็นหลัก จึงให้ โปรตีนจากสัตว์ ซึ่งมีข้อดีคือมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ง่ายและรวดเร็ว
-
เต้าหู้ถั่วเหลือง: ทำจากน้ำนมถั่วเหลือง 100% จึงเป็น โปรตีนจากพืช ชั้นดี มีจุดเด่นคือให้พลังงานต่ำ และช่วยให้อิ่มท้องได้นาน เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมแคลอรี
-
-
ไขมันและคอเลสเตอรอล
-
เต้าหู้ถั่วเหลือง: ชนะเลิศในจุดนี้เพราะ ไม่มีคอเลสเตอรอลเลย (0%) แถมยังมีไขมันอิ่มตัวต่ำ และมี "ไฟโตสเตอรอล" ที่ช่วยยับยั้งการดูดซึมไขมันเลวในร่างกาย
-
เต้าหู้ไข่: เนื่องจากมีส่วนผสมของไข่แดง จึงมีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวแทรกอยู่บ้างตามธรรมชาติ
-
-
โซเดียมที่ซ่อนอยู่
-
เต้าหู้ถั่วเหลือง: ทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม มักจะมีรสจืดสนิทตามธรรมชาติ แทบไม่มีการปรุงรสเพิ่ม ทำให้ปริมาณโซเดียมต่ำมาก
-
เต้าหู้ไข่: ในกระบวนการผลิตมักจะมีการใส่เครื่องปรุงรสเพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อมและช่วยในการเซ็ตตัว ทำให้เต้าหู้ไข่มี ปริมาณโซเดียมสูงกว่า เต้าหู้ถั่วเหลืองแบบหลอดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เต้าหู้ถั่วเหลืองแบบอ่อน
-
สรุปความต่างให้เห็นชัดๆ
| หัวข้อโภชนาการ | เต้าหู้ถั่วเหลือง (แบบนิ่ม/หลอด) | เต้าหู้ไข่ไก่ |
| แหล่งโปรตีน | โปรตีนจากพืช (ถั่วเหลือง) | โปรตีนจากสัตว์ (ไข่ไก่) |
| คอเลสเตอรอล | ไม่มี (0%) | มีจากไข่แดง |
| โซเดียม | ต่ำมาก | ค่อนข้างสูง (มีการปรุงรส) |
| สารอาหารเด่น | ไอโซฟลาโวน, เลซิติน, แคลเซียม | วิตามินเอ, บี 12, ฟอสฟอรัส |
แบบไหน เหมาะกับใคร?
1. เต้าหู้ถั่วเหลือง: ทางเลือกของผู้ที่รักหัวใจและสายสุขภาพ
-
ดีต่อผู้ที่ควบคุมคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคความดัน โรคหัวใจ หรือหลอดเลือด
-
เป็นแหล่งโปรตีนหลักที่มาทดแทนเนื้อสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำอาหารได้หลากหลาย มีทั้งเต้าหู้เหลือง เต้าหู้ขาวแข็ง เต้าหู้อ่อน เหมาะกับสายเจ วีแกน และมังสวิรัติ
-
ดีต้อผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ถั่วเหลืองมีสาร ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการวัยทองและช่วยบำรุงกระดูก
เต้าหู้ถั่วเหลืองแข็ง
2. เต้าหู้ไข่: อาหารบำรุงร่างกาย ย่อยง่าย ได้พลังงาน
-
เหมาะกับเด็กในวัยเจริญเติบโตและผู้สูงอายุ เพราะเนื้อสัมผัสนุ่มนิ่ม เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ย่อยง่าย แถมได้วิตามินเอและบี 12 จากไข่แดงที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท
-
เหมาะกับผู้ป่วยระยะพักฟื้น ร่างกายต้องการโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมไปซ่อมแซมแผลหรือเซลล์ต่างๆ ได้ทันที
-
ช่วยเสริมความอิ่ม และเป็นวัตถุดิบที่นำไปเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหารได้ง่าย กลิ่นไม่แรงเหมือนถั่วเหลือง
-
ใครที่ไม่อยากกินหมู ไก่ หรือเนื้อสัตว์บ่อย ๆ เต้าหู้ไข่เป็นตัวเลือกที่กินง่ายและไม่หนักท้อง
เต้าหู้ไข่
ใครควรระวังเป็นพิเศษ?
คนที่ แพ้ถั่วเหลือง ควรหลีกเลี่ยงเต้าหู้ถั่วเหลือง รวมถึงเต้าหู้ไข่บางสูตรที่มีนมถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม ส่วนคนที่ แพ้ไข่ ควรหลีกเลี่ยงเต้าหู้ไข่ เพราะมีไข่เป็นส่วนประกอบหลัก รวมทั้งผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียมควรอ่านฉลากก่อนซื้อ
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่กินยาฮอร์โมนไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารหากต้องกินเป็นประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เพราะอาจมีข้อควรระวังเรื่องปริมาณและช่วงเวลาการกินร่วมกับยาบางชนิด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
